เมื่อดีดี้ "เป็นครู"
posted on 18 Nov 2009 18:15 by didy in MyDiary
แค๊วกๆๆๆ แกรกๆๆ ปัด กวาด เช็ด ถูก ヽ(  ̄д ̄;)ノ
ไม่ได้อัพบล๊อคมาสามชาติครึ่ง ช่วงก่อนนู้นนน ก็เรื่องเรียน ทั้งย้ายบ้านเลิฟ ทั้งเดินทาง ชีวิตบิซี่มากกก
กะว่าหมดเทอม 1 แล้ว ขึ้นเทอม 2 จะได้ชิลและ เพราะเหลือเรียนตัวเดียว แต่ก็ไม่รู้ว่าโชคชะตามหรือฟ้าเล่นตลก
อยู่ๆก็มีงานอาจาทย์พิเศษของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมาหล่นตุ๊บอยู่ตรงหน้า(แอบอุบไว้ เกรงว่าลูกศิทย์จะจับได้ว่า บ้าเด็กผู้ชาย เดี๋ยวความเรื่องแทะโลมเด็กอยู่จะแตก อิอิ)
และเมื่อโอกาศมาขนาดนั้น จะไม่คว้าไว้ได้เยี้ยงไร อิอิ ได้รับทาบทามให้สอนในเรื่องที่ถนัดอีกด้วย ถ้าตอนแรกมาถามให้สอน ญี่ปุ่นเบื้องต้นล่ะก็ คงไม่รับงานแน่ๆ (ไม่มั่นใจที่จะสอนแกรมม่าอ่า สมัยเรียน มันเป็นวิชาที่เกรดห่วยที่สุด -*-) วิชาที่เขาต้องการครูอยู่คือวิชาการแปลของนักศึกษาปี 4 ได้ยินอย่างนี้ก็โป๊ะเช๊ะเลย! ต้องลอง
ก็ไปพูดคุยดูตัวกันทีนึง ไม่อยากจะเชื่อ เค้ารับช้านนนจริงๆ ><
และแล้ว ดีดี้คนนี้ ก็ได้เป็นอาจาทย์มหาลัย ว่ะฮ่าๆๆๆๆๆ (*`▽´*)
แต่ก็มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น จากตอนแรกที่ตกลง สอนแค่ 1 วิชา ก็สัปดาห์ละ 2 วัน วันละชั่งโมงครึ่ง
มันกลายมาเป็น 2 วิชา อาทิตย์ละ 5 วัน ด้วยเหตุสุดวิสัย ที่นักเรียนไมเนอร์ลงทะเบียนเรียนวิชา เบื้องต้นตัว 2
เยอะมาก จนทำให้ต้องเพิ่มชั้นเรียนอีก 1 ห้อง แล้วนักศึกษาก็เรียนได้เฉพาะเวลาเดิม ครูก็แยกร่างไม่ได้อ่ะนะ
เลยต้องหาครูเพิ่มอีก 1 คน แล้วสิ่งนั้นมันก็ตกลงมาที่อิฉันนี่แหละ (=◇=;)เฮือกกกก
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รับการทาบทาม ก็โทรบอกแม่ว่า "แม่ๆ เขามาทาบทามให้ไปสอนที่ม.xx อ่ะ" แม่ขาพ่อขาตอบกลับในทันควันว่า ทำเลยลูก เป็นโอกาศที่ดีมากๆ ไม่ได้สนใจคอนดิชั่นอื่นๆใดๆเลยยย ไอ้คอนดิชั่นที่ว่าคือ ค่าสอน วัน เวลา บลาๆ ซึ่งเรื่องค่าชั่วโมง โอเคว่ามันไม่ได้มากมายแต่ก็ไม่ได้น้อย เมื่อเทียบกับงานสอน แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ จ่ายเป็นเทอม สอนนนนนนไปจนหมดเทอมถึงจะได้ค่าแรง (  ̄ ̄∇ ̄ ̄; )เขาคิดว่าครูบาอาจาทย์ นี่อิ่มทิพย์ ชิมิ -*- (จ่ายแบบนี้เฉพาะอาจาทย์พิเศษอ่ะนะ) คือตกลง ว่าเหตุผลหลักๆที่อิฉันตอบตกลงทำไป ก็เพื่อเป็นความภูมิใจแก่วงศ์ตระกูลนั่นเองนะคะ - -;
นึกแล้วก็ยังขำตัวเอง ฉันจะเป็นครูแบบไหนกันนะ เพราะตัวเองสมัยที่เป็นนักเรียนเนี๊ยะ หึหึ เป็นเด็กดีมากกกกก ไม่เคยขาดเรียน ส่งการบ้านครบ ไม่หลับในห้อง เข้าห้องสมุด...... อืม...ที่ว่ามาทั้งหมดน่ะ คนอื่น!! เหอๆๆ แหม แต่จริงๆเค้าก็ทำอะไรคล้ายๆแบบนั้นนะ ไม่เคยขาดเรียน...น้อยกว่าโควต้าที่ยอมให้ขาดได้ ส่งการบ้าน...เกือบ..ครบ ไม่หลับในห้อง....แบบโจ่งแจ้ง (คนเรามันต้องหลับแบบมีชั้นเชิง อิอิ) เข้าห้องสมุดด้วยนะ..ไปเล่นเน็ท แล้วดีดี้ก็ออกจะเป็นเด็กดี ไม่เคยเข้าห้องสายเลยนะ (เพราะถ้าไปสายแล้วก็ไม่เข้ามันซะเลย จบข่าว-*-) ลืมตื่นไปสอบก็เคย! เรียนไม่ไหวไปดร๊อปก็มี! เกรดในใบทรานสคิปต์ก็ออกจะดูดี เพราะมีความหลากหลาย มีอักษรเกือบครบทุกตัว (ยังดีนะ ที่ยังไม่มี I กับ F) แหม่ วัยเรียน เอบ้างด๊อกบ้าง มันเป็นรสชาติของชีวิต -.- หุหุ
แต่แม้จะดูเกเรไปบ้าง แต่คะแนนวิชาเมเจอร์และไมเนอร์ก็ไม่เคยแย่ เพราะมันคือสิ่งที่เราเลือกเอง จะไม่ทำให้มันดีได้ยังไงใช่ป่าว แต่วิชาบังคับทั้งหลาย ก็นะ บังคับฉันเรียนนี่ ไม่ได้เลือกก็ช่วยไม่ได้ ก็เอาตัวรอดไปก็พอ เรียนให้รู้ สอบแค่ให้ผ่านก็เอาแล้วน่า เอ เออ ไม่รู้จะเอามาทำอะไร ชีวิตมันจะดีจะแย่ ก็คงไม่ใช่เพราะมีเอหรือมีด๊อกหรอกนะ อะไรมันจะดีไม่ดีของอย่างงี้มันอยูที่การเลือกให้คุณค่ากับมันมากกว่า เชื่ออย่างนั้นนะ
ตั้งแต่เริ่มสอนมา ถึงวันนี้ก็เกือบ 1 เดือนแล้ว เริ่มจะปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตนี้ได้แล้ว สอนวันละ ชั่วโมง ชั่วโมงครึ่ง ฟังดูสุดชิล หึ แต่ตอนที่เตรียมการสอนนี่สิ โฮกกก เปลืองพลังงานมาก ก็สลิดอยากสอนตัวสูงๆ การแปลปี 4 เยี่ยมเลยค่ะ ไม่ต้องใช้หนังสือ เพราะเอกสารประกอบการเรียน ยกให้ผู้สอนเป็นคนจัดการทั้งหมด (┳◇┳) เจ็บปวด
เรียนชั่วโมงครึ่ง แต่ไอ้ตอนเตรียมน่ะ 3-4 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น เวลาให้ฝึกแปลในห้อง เมื่อนักศึกษาต่อรองว่า จาน.. ทำแค่ครึ่งเดียวได้ป่าว.....อะไรนะ! ตวัดสายตา 45 องศา แสยะยิ้มมุมปาก ( ̄ー ̄) แล้วตอบไปอย่างสุภาพว่า "เสียใจค่ะ งดต่อรอง" ชิ้งงงง แหมม เรื่องอะไรฉันจะยอม อดหลับอดนอนทำไปให้ หนอยๆๆๆ ต้องทำ!! ว่ะฮ่าๆๆๆๆ อุ๊ปส์ แลดูโหดร้ายเนอะ ป่าวนะ เค้าไม่ได้โหดนะ เรื่องไหนหย่อนได้ก็หย่อน แต่บางเรื่อง ถ้าปล่อยให้ต่อรองได้ ก็จะถูกต่อรองอยู่วันยังค่ำ เสียการปกครองกันพอดี ครูแบบฉัน ยามเล่นก็เล่นได้เต็มที่แต่กาลเทศะน่ะต้องรู้
นี่แค่ไม่ถึงเดือน ก็มีเรื่องมันๆฮาๆ เยอะแยะ ต่อไปก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ ว่าจะเป็นยังไงต่อ ไฟท์ติ้ง!!
อืมม อารมณ์ เคลิ้มๆ งงๆ
